ประวัติกีฬากาบัดดี้

KABADDI ASSOCIATION OF THAILAND

KABADDI ASSOCIATION OF THAILAND

ประวัติความเป็นมาของกีฬากาบัดดี้

            กาบัดดี้ เป็นกีฬาที่มีประวัติการเล่นที่มีมายาวนานประมาณ 4,000 ปี มาแล้ว เกิดขึ้นพร้อม ๆ กับ โยคะ ก่อนพุทธกาล เพื่อใช้สำหรับการต่อสู้ การป้องกันตัวและใช้ในกองทัพเพื่อการรบ มีมาตั้งแต่ ยุคสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ที่มีการเล่นกันระหว่างผู้เล่นสองคนขึ้นไป เพื่อการประลองกำลังและความสนุกสนาน โดยไม่มีรูปแบบและพัฒนาไปตามสมัยและสภาพแวดล้อมของภูมิประเทศนั้น ๆ  มาสู่การเล่นที่กำหนดพื้นที่ของการเล่นและวิธีการเล่นที่เป็นรูปแบบกาบัดดี้ เป็นกีฬาที่นิยมเล่นกันมากในแถบเอเชียใต้  ซึ่งมีวีธีการเล่นที่อาจมีรูปแบบและชื่อที่เรียกแตกต่างกันออกไป จากตอนหนึ่งของมหากาพย์อันยิ่งใหญ่ของอินเดีย “มหาภารตะ” ได้ทำการเปรียบเทียบกีฬานี้ กับสถานการณ์คับขันที่ “อภิมนู” ทายาทแห่งกษัตริย์ปัญจวะ ต้องเผชิญขณะที่พระองค์ถูกศัตรูล้อมรอบไว้ทุกด้าน ต้องเอาตัวรอดจาก   วงล้อมให้ได้  ในวรรณคดีเชิงพุทธศาสนาได้กล่าวถึง เจ้าชายสิทธัตถะ(Gautam  Buddha) ที่ทรงเล่นกาบัดดี้ เพื่อความแข็งแกร่งของร่างกาย ความเข้มแข็งของจิตใจ ปฏิภาณไหวพริบและความเพลิดเพลิน ประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งยังได้เผยให้เห็นว่าบรรดาเจ้าชายแห่ง Yore ได้ทรงเล่นกาบัดดี้ เพื่อแสดงถึงความแข็งแกร่งของพระองค์และเพื่อเอาชนะเจ้าสาวของพระองค์ด้วย
กาบัดดี้  ที่มีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไป ดังเช่น  ในประเทศอินเดียและประเทศปากีสถาน ชื่อที่เรียกเป็นสากล เรียกว่า  กาบัดดี้(Kabaddi)   และในประเทศประเทศอินเดีย ยังมีชื่อที่เรียกอย่างอื่น ดังนี้  อินเดียตะวันตก มีชื่อเรียกว่า ฮูตูตู(Hu – tu - tu) ในอินเดียใต้  มีชื่อเรียกว่า ชิดูกูดู(Chi - du - ku - du)  อินเดียเหนือ  มีชื่อเรียกว่า  คาอันบาดา(Ka - un - ba - da)  ในอินเดียตะวันออกและประเทศบังคลาเทศมีชื่อเรียกว่า ฮาดูดู(Ha - du - du)   ในประเทศศรีลังกา มีชื่อเรียกว่า กูดู(Ku - du) ในประเทศเนปาล มีชื่อเรียกว่า  โดโด(Do - do) ในประเทศมาเลเซีย มีชื่อเรียกว่า ชิดูกูดู(Chi - du - ku - du) ในประเทศลาว มีชื่อเรียกว่าอี่ (Ei) และ   ในประเทศไทย มีชื่อเรียกว่า ตี่จับ(Thee - chub) 
กาบัดดี้ ได้เริ่มต้นการพัฒนาพร้อมๆกับ “โยคะ” เมื่อ 4,000 ปีที่แล้ว เพื่อใช้พัฒนาสุขภาพทั้งทางด้านร่ากายและจิตใจ พัฒนาทักษะการต่อสู้ การป้องกันตัว สำหรับบุคคลและกลุ่มคนหรือทีม เพื่อให้เกิดความคล่องแคล่ว ว่องไว มีความสัมพันธ์ที่ดีของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย เกิดไหวพริบและความเฉลียวฉลาด และเอาตัวรอดในภาวะทีวิกฤตได้อย่างมีประสิทธิภาพและใช้สำหรับการต่อสู้ในกองทัพ
กาบัดดี้ เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับกีฬาอื่น ๆ จะเห็นได้ว่า สามารถนำมาพัฒนาเสริมสร้างสมรรถภาพทั้งร่างกายและจิตใจได้อย่างโดดเด่นโดยผู้เล่นจะต้องฝึกสมาธิฝึกจิตรู้จักควบคุมระบบการหายใจให้สอดคล้องกับระบบพลังงาน  สมรรถภาพของร่างกายและสมรรถภาพของคู่ต่อสู้ ที่คล้ายคลึงกับ “โยคะ” ที่เป็นศาสตร์ของชาวอินเดียในการควบคุมร่างกายและจิตใจผ่านการทำสมาธิและการควบคุมตนเองนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งของกีฬากาบัดดี้ ที่ผู้รุกต้องเข้าไปในแดนของฝ่ายตรงข้ามพร้อมกับเปล่งเสียงร้องว่า “กาบัดดี้” ในขณะที่กลั้นลมหายใจ
เอาไว้จนกระทั่งกลับมายังแดนของตน การกระทำลักษณะนี้เรียกว่า Cant หมายถึงการเปล่งเสียงร้องว่า “กาบัดดี้” ซึ่งมีลักษณะเดียวกับ “ปราณ” ของโยคะ ขณะที่ปราณ คือการกลั้นลมหายใจ
เพื่อบริหารอวัยวะภายในร่างกาย Cant  ก็เป็นวิธีการกลั้นลมหายใจไปพร้อมกับการเคลื่อนไหวร่างกาย   อย่างกระฉับกระเฉง  กาบัดดี้ อาจเป็นเพียงกีฬาไม่กี่ประเภทที่เอาหลักการของโยคะและการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างมีชีวิตชีวาเข้าไว้ด้วยกัน การบัดดี้ เป็นกีฬาที่ต้องการความคล่องแคล่วว่องไว สภาพปอด       ที่ แข็งแรง การทำงานประสานกันของกล้ามเนื้อ ความมั่นคงของจิตใจและการตอบสนองที่รวดเร็วฉับไว สำหรับผู้เล่นหนึ่งคนที่จะเอาชนะคู่ต่อสู้ถึง 7 คน ได้นั้น ต้องอาศัยความกล้าหาญ ปฏิภาณไหวพริบและรู้จักการวางแผนหรือการคาดคะเนการความเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้สู่การปฏิบัติจริงอย่างมีประสิทธิภาพ ที่จะต้องแลกกับการสูญเสียหรือการได้สิทธิ์สำหรับตนเองและหมู่คณะหรือทีม  

ประวัติและพัฒนาการของกีฬากาบัดดี้

                กีฬากาบัดดี้ ได้มีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา ทั้งเรื่องของกฎ กติกา รูปแบบวิธีการเล่น การจัดการแข่งขันและการตัดสิน มีการเปลี่ยนแปลงเป็นลำดับดังเช่นในเรื่องของรูปแบบการเล่น จากที่เคยคิดว่าเป็นกีฬาของการใช้พละกำลัง แต่ปัจจุบันนี้ความคิดกันเช่นนี้ไม่มีอีกต่อไป แล้วเพราะมีการพัฒนาเทคนิคการเล่นซึ่งง่ายสำหรับผู้เล่นที่ใช้ทักษะมากกว่าพละกำลังในการทำคะแนนได้จากฝ่ายตรงข้าม  มีการชั่งน้ำหนักตัวของผู้เล่น ตามรุ่นอายุ และเป็นกีฬาประเภททีมชนิดเดียวที่มีการกำหนดน้ำหนักตัวผู้เล่น การเล่นมีรูปแบบมีการเล่นเพื่อความสนุกสนานเพลิดเพลิน การเล่นเพื่อสุขภาพ การเล่นเพื่อมวลชน เพื่อพัฒนาสุขภาพและการเล่นเพื่อความเป็นเลิศ
รูปแบบของการเล่น การแข่งขันและวิธีการแข่งขันมีการเปลี่ยนแปลงทั้งในเรื่องกฎกติกาและขนาดของสนามการแข่งขัน  จากแนวคิดของกาบัดดี้อินเดีย ในฐานะเป็นกีฬาประจำชาติกีฬากาบัดดี้ และได้ถูกบรรจุเข้าเป็นกีฬาระดับชาติ ในปี ค.ศ. 1918 (พ.ศ. 2461) โดยแคว้นมหาราษฎร์ (Maharashtra) เป็นรัฐที่บุกเบิกเป็นผู้นำกีฬากาบัดดี้ มาบัญญัติไว้ในนโยบายระดับชาติและทำให้เป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมขึ้นเรื่อยๆ ในประเทศอินเดีย กฎและกติกามาตรฐานได้ถูกำหนดขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1918    ในปี 1921  ณ แคว้นมหาราษฎร์    มีการจัดทำกฎกติกาและจัดการแข่งขันก็เกิดจากการผสมผสานรูปแบบ Sanjeevaniและ Gemini เข้าไว้ด้วยกัน มีการตั้งคณะกรรมการพิเศษขึ้น ในปี 1923 เพื่อทำหน้าที่ปรับปรุงกฎกติกาแต่ได้รับการตีพิมพ์ในปี 1923 และการจัดการแข่งขันอย่างเป็นทางการจึงเกิดขึ้นตั้งแต่นั้นมาต่อจากนั้น  กีฬากาบัดดี้ได้รับการพัฒนาและมีการจัดดารแข่งขันชิงชนะเลิศขึ้นอย่างมากมายทั่วประเทศอินเดียตลอดทั้งปี ซึ่งกฎกติกาดังกล่าวได้นำมาใช้บังคับในการแข่งขันชิงชนะเลิศกาบัดดี้แห่งอินเดีย ที่จัดขึ้นในปีเดียวกัน
สมาคม Hanuman  VyayamPrasarakMandalจากเมืองมาราวดี แคว้นมหาราษฎร์ ทำหน้าที่จัดและพัฒนากาบัดดี้ ให้เป็นระบบและมีความเป็นศาสตร์มากขึ้น สถาบันนี้เชื่อในหลักที่ว่า “สุขภาพจิตที่ดีอยู่ในร่างกายที่แข็งแรงและสมบูรณ์”ทำให้ชาวนาที่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง ได้เข้าร่วมเล่นกีฬาประเภทนี้   ทั้งในการเล่นแบบทั่วไปและการแข่งขันกีฬาประจำถิ่น ตลอดมา
ระหว่างปี ค.ศ. 1927 – 1952  กีฬากาบัดดี้ มีการเล่นกันในหลายพื้นที่ของประเทศอินเดียโดยใช้กติกาที่ออกโดยชมรมและคณะกรรมการที่จัดการแข่งขัน ซึ่งได้สร้างชื่อเสียงและความเจริญให้แก่กีฬา  ชนิดนี้อย่างรวดเร็ว มีข้อขัดแย้งเกิดขึ้นบ่อยครั้งในพื้นที่ต่างๆ เรื่องกฎกติการะหว่างการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ  ที่มิได้ใส่ใจกับเรื่องดังกล่าว  แคว้นมหาราษฎร์ รัฐบุกเบิกที่ทำให้กีฬากาบดดี้เป็นที่รู้จักในเวทีระดับประทศ เรียกชื่อกาบัดดี้ว่า “ฮาตูตู” ซึ่งเล่นกันตามกติกาซึ่งกำหนดโดย Deccan Gymkhana ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1928-1938
กาบัดดี้ ได้พัฒนาเป็นกีฬาสาธิตในระดับนานาชาติ  ในปี ค.ศ. 1936 (พ.ศ. 2479) ในการแข่งขัน Berlin Olympics  โดยสามาคม Hanuman VyayamPrasarakMandalแห่งเมืองอมราวดี แคว้นมหาราษฎร์ นำไปเป็นกีฬาสาธิต  ต่อมาในปี 1938  ได้แนะนำในการแข่งขัน Indian Olympic Games  ที่เมืองกัลกัตตา        
ปี ค.ศ. 1940   คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งอินเดีย กำหนดให้กาบัดดี้ เป็นกีฬาหลัก ที่กำหนดให้จัดการแข่งขันชิงชนะเลิศ ระหว่างจังหวัดขึ้นทุก ๆ2 ปี
ปี ค.ศ. 1950  มีการจัดตั้งสมาพันธ์กาบัดดี้แห่งอินเดีย (All India Kabaddi Federation)
ในปี ค.ศ. 1952 การแข่งขันกีฬาอินเดียโอลิมปิค หรือ Indian Olympic Games ได้เปลี่ยนชื่อเป็นกีฬาแห่งชาติ และตั้งแต่นั้นมาก็จัดขึ้นทุกปี แทนที่ 2 ปีต่อครั้ง
ในปี ค.ศ. 1952  สมาพันธ์กาบัดดี้แห่งอินเดีย ได้รับการจัดขึ้นและได้รับการแต่งตั้งให้เป็นอนุกรรมการออกกฎกติกาโดยมีวัตถุประสงค์ในการกำหนดกฎและกติกาต่างๆ ซึ่งองค์กรการกีฬาระดับจังหวัดที่เกี่ยวข้องจะนำไปใช้ทั่วประเทศ  เดิมการแข่งขันระดับอำเภอใช้กฎกติกาที่ออกโดยสมาคม AkhilMaharashatraSharirikShikshanMandalขณะที่การแข่งขันชิงชนะเลิศระหว่างจังหวัดใช้กฎกติกาที่ว่าด้วยเกมและกีฬาของ Back ซึ่งตีพิมพ์ โดย Mr.H.C. Buck ประธานผู้ก่อตั้งวิทยาลัยพลศึกษา YMCA แห่งเมืองมัทราส
กฎกติกาใหม่ที่ออกโดยอนุกรรมการชุดดังกล่าวใช้กฎของ Buck และสมาคม AkhilMaharashatraSharirikShikshanMandalก็นำกฎดังกล่าวมาใช้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
รูปแบบเกมส์เปลี่ยนแปลงไปมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมาและมีการปรับปรุงกติกาให้มีมาตรฐานมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญบางอย่าง ได้แก่ การกำหนดกฎการรุกที่ไม่เกิดผล (unproductiv raid rule) ระบบการขอเวลานอก (time out system) กฎเส้นโบนัส( bonut line garm) ฯลฯ ซึ่งกำดังกล่าวแม้จะไม่ได้เปลี่ยนแปลงโครงสร้างหลักของเกมส์แต่ก็มีผลกระทบอย่างมากมาย การเปลี่ยนแปลงบางประการที่มีผลต่อเกมส์ก็ได้ถูกจัดทำให้เกิดความกระชับรัดกุมมากขึ้นเพื่อประโยชน์ของผู้เล่น
ปี ค.ศ. 1952  มีการจัดการแข่งขันชิงชนะเลิศระดับชาติรวมถึงการกำหนดกฎและกติกาต่างๆ ก็เริ่มต้นขึ้น หลังจากที่มีการจัดตั้งสมาพันธ์กาบัดดี้สมัครเล่นแห่งอินเดีย (Amateur Kabaddi Federation of India) แล้วการแข่งขันกาบัดดี้ประเภทชายระดับชาติก็ได้จัดขึ้นมาที่เมืองมัทราส (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นเมืองเจนไน)
ในปี ค.ศ. 1955 มีการจัดการแข่งขันประเภทหญิงระดับชาติ  ขึ้นที่เมืองกัลกัตตา
ในปี ค.ศ.  1954 กฎและกติกากาบัดดี้  ที่เคยใช้มาก็ถูกปรับปรุงและมีการเปลี่ยนแปลง บางอย่างเพื่อนำมาบังคับใช้ในการแข่งขันชิงชนะเลิศระดับประเทศซึ่งจัดขึ้นที่กรุงนิวเดลี  ในปี ค.ศ. 1957 ได้มีความพยายามที่จะสาธิตกีฬากาบัดดี้ ในเทศกาลยุวชนโลก ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงมอสโคว์ แต่ก็ไม่สามารถทำได้เนื่องด้วยเหตุผลหลายประการ 
ในปี  ค.ศ. 1961 กีฬากาบัดดี้ได้รับการบรรจุเข้าสู่หลักการกีฬาระดับมหาวิทยาลัยของอินเดีย
ในปี  ค.ศ. 1962  สมาพันธ์กีฬาโรงเรียนแห่งอินเดียได้บรรจุกีฬากาบัดดี้ ไว้ในการแข่งขันกีฬาระดับโรงเรียน  องค์กรแห่งนี้มีหน้าที่ในการจัดการแข่งขันกีฬาชิงชนะเลิศทั้งในระดับรัฐและระดับประเทศสำหรับเด็กนักเรียนทั่วประเทศให้ทำหารแข่งขันกีฬาทุกปีตามเกณฑ์ที่กำหนด  ทำให้กีฬากาบัดดี้เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้น
ปี ค.ศ. 1971  กาบัดดี้ ได้รับการบรรจุเข้าในหลักสูตรการเรียนระดับอนุปริญญาทั่วไปว่าด้วยการฝึกสอน โดยสถาบันการกีฬาแห่งชาติ ซึ่งเป็นสถาบันแรกที่พัฒนาการกีฬาในประเทศ หลังจากนั้นก็มีการผลิตครูผู้ฝึกสอนที่มีความรู้ความสามารถออกมาทุกปี  ในประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ เนปาลและบังคลาเทศ   ได้ส่งครูผู้ฝึกสอนไปศึกษาหลักสูตรที่เกี่ยวกับกีฬากาบัดดี้ด้วย โดยที่ครูผู้ฝึกสอนที่ผ่านการฝึกอบรมเหล่านี้เป็นเครื่องมือสำคัญในการฝึกสอนนักกีฬาในระดับต่างๆ อย่างเป็นระบบ
ในปี ค.ศ. 1972  สมาพันธ์กาบัดดี้สมัครเล่นแห่งอินเดีย เป็นองค์กรใหม่ถือกำเนิดขึ้น ที่เป็นการรวมตัวกันโดยมีเป้าหมายเพื่อทำให้กีฬากาบัดดี้ เป็นที่รู้จักในหมู่ประเทศเพื่อนบ้าน และทำหน้าที่จัดการแข่งขันชนะเลิศระดับชาติสำหรับนักกีฬาทั้งชายและหญิง หลังจากมีการจัดตั้งองค์กรนี้ขึ้นมาก็ได้มีการรวมผู้เล่นยุวชน (Sub junior) และเยาวชน (junior) ไว้ในการแข่งขันชิงชนะเลิศระดับชาติด้วยเช่นกัน
ในปี ค.ศ. 1974  นักกีฬาทีมชายของอินเดียได้เดินทางไปบังคลาเทศ ตามโครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันทดสอบจำนวน 5 นัด ตามพื้นที่ต่างๆ ของประเทศและในปี ค.ศ. 1979  นักกีฬาจากบังคลาเทศก็ไปเยือนอินเดีย และทำการแข่งขันจำนวน 5 นัดเช่นกัน
ใน เดือน เมษายน  ปี ค.ศ. 1978  ได้จัดตั้งขั้น สหพันธ์กาบัดดี้สมัครเล่นแห่งเอเชีย (Asian  Amateur  Kabaddi  Federation) ชื่อย่อ A.A.K.F   ระหว่างการฉลองครบรอบ 25 ปี ของการแข่งขันกาบัดดี้แห่งชาติที่อินเดีย ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองภิไลย แคว้นมัธยประเทศ ประเทศอินเดีย   โดยมีประเทศผู้ก่อตั้งประกอบด้วยประเทศอินเดีย  เนปาล  บังคลาเทศ  ปากีสถาน และศรีลังกาเป็นประเทศร่วมก่อตั้ง
ในปี ค.ศ. 1980 มีการแข่งขันกาบัดดี้ชิงชนะเลิศระดับเอเชียครั้งแรกจัดขึ้นที่เมืองกัลตัตตา
ในปี ค.ศ. 1981 มีการจัดการแข่งขันนัดกระชับมิตร ทั้งทีมชายและหญิงของอินเดียได้มาเยือนประเทศไทย ญี่ปุ่น และมาเลเซีย เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันมหกรรมกาบัดดี้ การแข่งขันกาบัดดี้ชิงถ้วยสมาพันธ์ทีมีการเริ่มต้นขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1981
ในปี ค.ศ. 1982  กีฬากาบัดดี้ได้รับการบรรจุเป็นกีฬาสาธิตในเอเชี่ยนเกม ครั้งที่ 9  ที่ประเทศอินเดียเป็นเจ้าภาพ
ในปี ค.ศ. 1984   มีการการแข่งขันกาบัดดี้ชิงชนะเลิศระดับนานาชาติ   ที่เมืองบอมเบย์ของอินเดีย (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นเมืองมุมไบ) ระหว่างการฉลองครบรอบ 3 ทศวรรษของเมืองกัลตัตตา การแข่งขัน
กาบัดดี้ชิงชนะเลิศระดับนานาชาติ จึงได้จัดขึ้นที่เมืองนี้ต่อเนื่อง
ในปี ค.ศ. 1993 สมาพันธ์เอเชียใต้ หรือ SAF  GAMES  ได้กำหนดให้จัดการแข่งขันขึ้นทุก 2 ปี สำหรับการแข่งขันกาบัดดี้ระดับนานาชาติครั้งแรก ในการแข่งขัน SAF Games ครั้งที่ 6 ที่เมืองดัคการ์ ประเทศบังคลาเทศ
การแข่งขันชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย ครั้งที่ 2  ที่ประเทศอินเดีย   ที่เมืองชัยปุระ แคว้นราชสถาน
มีประเทศมาเลเซีย และญี่ปุ่นเข้าร่วมการแข่งขันเป็นครั้งแรกในการแข่งขัน
ในปี ค.ศ. 1990  กีฬากาบัดดี้ ได้รับการบรรจุเข้าไว้ในกีฬาเอเชี่ยนเกม ครั้งที่ 11  ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีนซึ่งถือเป็นจุดสำคัญในประวัติศาสตร์ของกีฬากาบัดดี้  ทีมอินเดียได้รับรางวัลชนะเลิศ
ในปี ค.ศ. 1994  กีฬากาบัดดี้  ในกีฬาเอเชี่ยนเกม ครั้งที่ 12   ที่เมืองฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น
อินเดียได้ตำแหน่งชนะเลิศ
ในปี ค.ศ. 1998  กีฬากาบัดดี้  ในกีฬาเอเชี่ยนเกม ครั้งที่ 13 ที่กรุงเทพมหานคร ประเทศไทยอินเดียได้ครองตำแหน่งชนะเลิศซึ่งประเทศไทยส่งทีมชายเข้าทำการแข่งขันเป็นครั้งแรก
ในปี ค.ศ. 2000  การแข่งขันชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย ครั้งที่ 3  ณ ประเทศศรีลังกา  เป็นเจ้าภาพครั้งแรก  ศรีลังกาได้เหรียญเงินจากการพบกับนักกีฬากาบัดดี้จากประเทศปากีสถาน
ในปี ค.ศ. 2002  กาบัดดี้ได้รับการเผยแพร่ไปสู่ประเทศในทวีปแอฟริกาในฐานะกีฬาสาธิตในการแข่งขัน Afro-Asian Games ซึ่งจัดขึ้นที่อินเดีย โดยความพยายามของ Mr.J.S. Gehlot ประธานสมาพันธ์    กาบัดดี้สมัครเล่นแห่งอินเดีย และสมาคมโอลิมปิคแห่งอินเดีย
ในปี ค.ศ. 2002  กีฬากาบัดดี้  ในกีฬาเอเชี่ยนเกม ครั้งที่ 14  ณ เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้อินเดียได้ครองตำแหน่งชนะเลิศ
ในปี ค.ศ. 2003  กีฬากาบัดดี้ชิงแชมป์เอเชีย ณ เมืองปาลิส ประเทศมาเลเซีย
ในปี ค.ศ. 2004 การแข่งขันกาบัดดี้ชิงแชมป์โลก ณ เมืองมุมใบ ประเทศอินเดีย
ในปี ค.ศ. 2005 การแข่งขันกาบัดดีชิงแชมป์เอเชีย ทีมชายและทีมหญิง ณ เมืองไฮเดอราบัด ประเทศอินเดีย
ในปี ค.ศ. 2006  กีฬากาบัดดี้ชิงแชมป์เอเชีย ทีมชาย  ณ กรุงเตหะรานประเทศอิหร่าน  อินเดียได้ครองตำแหน่งชนะเลิศ
ในปี ค.ศ. 2006  กีฬากาบัดดี้  ในกีฬาเอเชี่ยนเกม ครั้งที่ 15  ที่เมืองโดฮา  ประเทศกาต้าร์อินเดีย  ได้ครองตำแหน่งชนะเลิศ
ในปี ค.ศ. 2007 การแข่งขันกาบัดดี้ในร่มเป็นครั้งแรก ในกีฬาการแข่งขันเอเชี่ยนอินดอร์เกมส์ครั้งที่ 2 ณ เมืองมาเก๊า  ประเทศจีน
ในปี ค.ศ. 2008 การแข่งขันกาบัดดี้ชายหาดครั้งแรกในการแข่งขันเอเชี่ยนบีชเกมส์ ครั้งที่ 1 ณ  เกาะบาหลี  ประเทศอินโดนีเซีย  ผลการแข่งขันทีมชาย ชนะเลิศ  อินเดีย รองชนะเลิศอันดับหนึ่งปากีสถาน และรองชนะเลิศอันดับสองได้แก่ไทยและบังคาเทศ  ทีมหญิงชนะเลิศ  อินเดียรองชนะเลิศอันดับหนึ่งไทย   และรองชนะเลิศอันดับสอง   อินโดนีเซียและเกาหลีใต้  และได้มีการประชุมคณะกรรมการผู้แทนกลุ่มประเทศอาเซี่ยนก่อตั้งสหพันธ์กาบัดดี้แห่งอาเซียนขึ้นเป็นครั้งแรก ประกอบด้วยไทยอินโดนีเซีย มาเลเซีย  มีคณะกรรมการผู้แทนเข้าร่วมประกอบด้วยอินเดีย ปากีสถาน อิหร่าน เกาหลีใต้  ศรีลังกา  เนปาล  ฮ่องกง  บังคลาเทศ โดยมีผู้แทนของประเทศไทยประกอบด้วย  นายวีระวัฒน์    ภูมมะภูติ  และนายณรงค์    ช่วยเอื้อ    เป็นผู้แทน   ที่ประชุมเห็นชอบให้มีการจัดการแข่งขันกาบัดดี้ครั้งแรกในกีฬาซีเกมส์  ณ ประเทศอินโดนีเชีย ในปี ค.ศ.  2011
ในปี ค.ศ. 2009  การแข่งขันกาบัดดี้เยาวชนชิงแชมป์เอเชีย  ณ เมืองเจตด้า  ประเทศมาเลเซีย
ในปี ค.ศ. 2009  การแข่งขันกาบัดดี้ในร่ม ในกีฬาการแข่งขันเอเชี่ยนอินดอร์เกมส์ ครั้งที่ 3   ณ  เมืองไซง่อน ประเทศเวียดนาม
ในปี ค.ศ. 2010  การแข่งขันกาบัดดี้ในการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 16  ณ เมืองกวางโจ  ประเทศจีน
ในปี ค.ศ. 2010  การแข่งขันกาบัดดี้ชายหาดในการแข่งขันเอเชี่ยนบีชเกมส์ ครั้งที่ 2  ณ เมืองมัสกัต  ประเทศโอมาน
ปัจจุบันกีฬากาบัดดี้ เป็นที่นิยมเล่นกันอย่างแพร่หลาย ในบังคลาเทศ อินเดีย ปากีสถาน เนปาล  ภูฐาน มาเลเซีย ญี่ปุ่น จีน ศรีลังกา สิงคโปร์  อิหร่าน ไทย  อินโดนีเซีย อิตาลีและสหราชอาณาจักร นอกจากประเทศที่กล่าวมาแล้ว ยังมีอีกหลายประเทศที่จัดให้มีการแข่งขัน South AsianGames ตั้งแต่ปี 1985  ด้วยนอกจากนี้ยังมีจัดการแข่งขันชิงแชมป์ภายในประเทศต่างๆที่กล่าวมาแล้ว เช่นประเทศในทวีปยุโรป รัสเซีย ประเทศอื่น ในทวีปเอเชีย กำลังมีการเคลื่อนไหวและให้ความสนใจในกีฬากาบัดดี้มากขึ้น เป็นลำดับ

รูปแบบของกีฬากาบัดดี้

1. AMAR
Amar หมายถึง ยืนยงคงกะพัน หรือไม่สามารถทำลายได้ อามาร์เป็นรูปแบบหนึ่งของกาบัดดี้  ที่ใช้คะแนน ที่แต่ละฝ่ายทำได้มาเป็นตัวกำหนดแพ้หรือชนะ  สนามที่เล่นมีขนาดที่ไม่แน่นอนตายตัวและมีผู้เล่น 9-11 คนในแต่ละทีมกาบัดดี้ รูปแบบนี้จะไม่มีการให้ออกหรือตาย (Out)ในการเล่น และไม่มีระบบการกลับเข้ามาเล่นใหม่ (Lona) แต่ใช้การเวลาในการเล่นเป็นตัวกำหนด ข้อดีของการเล่นรูปแบบนี้คือ ผู้เล่นยังคงอยู่ในสนามได้ตลอดการแข่งขันและสามารถแสดงฝีมือการเล่นได้อย่างเต็มที่
หมายเหตุ:Lonaคือ การที่ทีมใดทีมหนึ่งถูกออกจากการแข่งขันและไม่มีผู้เล่นเหลืออยู่ ทีมที่เหลือจะได้
คะแนนเพิ่มขึ้น)
7
2. GEMINI
GEMINI  เป็นรูปแบบการเล่นกาบัดดี้ ที่กำหนดตัวผู้เล่นฝ่ายละ 9 คน ขนาดของสนามที่ไม่ตายตัว กฎ กติกาของการเล่น  คือ ผู้เล่นที่ถูกออกต้องอยู่นอกสนามจนกว่าสมาชิกในทีมจะถูกออกไปทั้งหมด ทีมที่สามารถทำให้ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามทั้งหมดออกจากสนามแข่งขันได้นี้จะเป็นผู้ได้คะแนน การเล่นรูปแบบนี้จะมีลักษณะคล้ายคลึงกับระบบ Lona หลังจากที่ผู้เล่นทั้งทีมถูกออกจากสนามแล้ว ทีมนั้นก็จะสามารถกลับเข้ามาเล่นใหม่ได้ และการแข่งขันก็จะดำเนินต่อไปจนกระทั้งได้ 5 หรือ 7 คะแนนจาก Lona  การแข่งขันรูปแบบนี้จะไม่กำหนดเวลาเล่นตายตัว  ข้อด้อยของการเล่นลักษณะนี้คือ ผู้เล่นไม่สามารถแสดงความ สามารถได้ตลอดการแข่งขัน เนื่องจากเขาต้องอยู่นอกสนามการแข่งขันจนกว่าทีมจะทำคะแนนจาก Lona ได้
3.  SANJEEVANI
SANJEEVANI เป็นรูปแบบการเล่นที่มีความใกล้เคียงกับรูปแบบการแข่งขันในปัจจุบันมากที่สุด
ผู้เล่นอาจถูกออกจากการแข่งขันและกลับเข้ามาเล่นใหม่ได้ การแข่งขันใช้เวลา 40 นาที สนามที่ใช้เล่นมีขนาดที่ใหญ่กว่าเกมรูปแบบอื่นและการเปล่งเสียงร้อง (Cant) ก็จะแตกต่างกันออกไปในแต่ละพื้นที่ กาบัดดี้สมัยใหม่ได้นำเอารูปแบบการเล่นแบบนี้มาใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบการออกและกลับเข้ามาเล่นใหม่ และ การนับคะแนนที่ได้จาก Lona
กาบัดดี้ในยุคปัจจุบัน เป็นการผสมผสานการเล่นกาบัดดี้ทั้ง 3 รูปแบบและมีการเปลี่ยนแปลงกฎและกติกาต่างๆ ให้ทันสมัย สอดคล้องกับสถาพของสังคม เพื่อให้เกมการแข่งขันสนุกสนานมากขึ้น